menu sub

Join our FREE membership for specially curated itineraries, exclusive discounts, premium videos and contents!

OR
Home/กรุงเทพ//Oppaya Pinklao (โอปปายา ปิ่นเกล้า) บุฟเฟ่ต์เกาหลีอารมณ์คนไทยทาน จัดหนักในราคาแค่ 259 บาท (เท่านั้น)!!!

Oppaya Pinklao (โอปปายา ปิ่นเกล้า) บุฟเฟ่ต์เกาหลีอารมณ์คนไทยทาน จัดหนักในราคาแค่ 259 บาท (เท่านั้น)!!!

By Yo

“Oppaya (โอปปายา)” บุฟเฟ่ต์เกาหลีเปิดใหม่ในกรุงเทพมหานคร วางคอนเซปต์ชัดเจน “บุฟเฟ่ต์อาหารเกาหลีในราคาย่อมเยา” ถ้าคุณเกิดอยากทานอาหารเกาหลีมากๆขึ้นมาก ร้านนี้คืออีกหนึ่งสถานที่ที่สนองความต้องการคุณได้!

ร้านอาหารตั้งอยู่โซนหน้าสุดของคอมมูนิตี้ใหม่ “The Sense Pinklao” คุณอาจจะต้องนั่งแท็กซี่จากรถไฟใต้ดิน “หัวลำโพง” แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะโลเคชั่นร้านไม่ได้ออกไปไกลนัก (ค่าแท็กซี่ไม่เกิน 100 บาท) และเริ่มเปิดทำการตั้งแต่ 11am – 9.30pm

oppayabangkok-interior

โอปปายามีบุฟเฟ่ต์ 2 แบบ ได้แก่ เซตราคา 219 บาทและ เซต 259 บาท อย่างไรก็ตามผมขอแนะนำให้ลองบุฟเฟ่ต์ 259 บาทที่ให้ปริมาณมากกว่าเซตแรก อันมีเพียงแค่ไก่ทอด 4 ชิ้น/คน ขณะที่เซต 259 บาท นั้นมีอาหารให้เลือกทานเพิ่มมากขึ้น

oppayabangkok-koreanfriedegg

จานแรก “เกรัน มาริ (Geran Mari)” หรือไข่ม้วนเกาหลี ผมชอบจานนี้มาก นำไข่ม้วนนุ่มฟูทอดทานคู่กับกุ้ยช้าย ราดซอสมะเขือเทศ เจือรสเค็มนิดๆจากซาชิมิให้รสสัมผัสไข่ม้วนที่อร่อยมากยิ่งขึ้น

oppayabangkok-squidbibimbap

เมนูที่สองที่ผมอยากจะนำเสนอคือ “ข้าวยำปลาหมึก (Squid Bibimbap)” ค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับจานนี้เพราะรสชาติเหมือนกับที่ผมเคยลองที่เกาหลี (เป๊ะๆ) แม้ว่าสัดส่วนจะไม่ใหญ่เท่าแต่อัดแน่นด้วยคุณภาพเท่าเดิม โคชูจังใส่ในหม้อหินช่วยเพิ่มรสชาติให้ข้าวยำยิ่งกรอบนอกนุ่มใน! (ออริจินัลบิบิมบับก็มีรสชาติดีมากเช่นกัน!)

oppayabangkok-tonkatsu

เมนที่สาม “ทงคัตสึ (Tonkatsu)” ที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นๆตรงที่ใส่มันบดลงไปในคัทสึ ช่วยเพิ่มรสหวานให้เนื้อหมู ถ้าคุณชอบทานมันบด ก็ไม่ควรพลาดจานนี้

oppayabangkok-ddeokbokki

เมนูที่สี่คือ “ ต็อกบกกี (Ddeokbokki)” พูดได้เลยว่ารสชาตินี้ไม่เผ็ดเหมือนในเกาหลี ความจริงแล้วค่อนไปทางหวานด้วยซ้ำ ผมจึงไม่ขอแนะนำให้คุณสั่งจานนี้ถ้าคุณไม่ชอบรสหวาน อย่างไรก็ตามเนื้อต็อกนั้นนุ่ม คุณภาพดี

oppayabangkok-jjuggumi

เมนูถัดไป “ปลาหมึกรสเผ็ด (Jjuggumi)” สำหรับผมแล้วไอเท็มชนิดนี้เป็นลูกผสมสูตรรสเผ็ดระหว่างสไตล์เกาหลีและไทย จะยังไงก็ตามผมก็ชอบจานนี้มากๆอยู่ดี! คุณสามารถเลือกชิมออริจินัลโคชูจังที่ปรุงกลิ่นด้วยรสเผ็ดของพริกไทย จานนี้รสไม่แซ่บมากนัก ทุกคนสามารถทานได้และปลาหมึกก็สดดีมากๆ

oppayabangkok-jajangmyeon

เมนูที่ห้าของบุฟเฟ่ต์เซตนี้ “จาจังมยอน (Jajangmyeon) หรือหมี่ดำ” มักเสิร์ฟคู่กับไข่ต้ม รสชาติที่นี่ออกหวานเมื่อเทียบกับต้นตำรับ แต่สิ่งที่ผมชอบคือไม่ทิ้งคราบน้ำมันเหมือนในเกาหลี เส้นก๋วยเตี๋ยวนุ่มกำลังดี นำไปคลุกเคล้าให้เข้ากับซอสจาจังมยอน เท่านี้ก็เวิร์คเลย!

oppayabangkok-cheesejjimdak

เมนูถัดไป “ชีส จิมดัก (Cheese Jjimdak)” แน่นอนว่าเป็นเมนูฟิวชั่นระหว่างสไตล์เกาหลีกับไทยเช่นกัน รสเผ็ดในชามนั้นปรุงตามตำรับไทย ทำให้ได้รสชาติที่ยอดเยี่ยม! ทานเข้ากันดีกับชีสเยิ้มๆ รับรองว่าได้กลิ่นสไปซี่แม้กระทั่งตอนทาน

oppayabangkok-friedchicken

เมนูที่แปดนี้เป็นไฮท์ไลต์ของทางร้าน “ไก่ทอด” ที่ออกมาด้วยกัน 2 เวอร์ชั่น แบบแรกไก่สไปซี่ไม่มีกระดูก และปีกไก่ น่องไก่อบน้ำผึ้ง สำหรับสูตรสไปซี่นี้ปรุงรสด้วยพริกป่นไทยคลุกเคล้าบริเวณหนังไก่เพิ่มรสเผ็ด (แต่ก็บังไม่เผ็ดมากเมื่อเทียบกับไก่แซ่บในร้านฟาสต์ฟู้ด) ผมจึงอยากแนะนำสูตรไก่อบน้ำผึ้งมากกว่า ด้วยรสชาติใกล้เคียงกับสูตรต้นตำรับเดิม ปีกและน่องไก่อร่อยด้วยเนื้อกรอบนอกนุ่มใน นอกจากไม่หวานแล้ว คุณยังจะได้ทั้งรสเค็มปนกลิ่นสไปซี่จากเนื้อไก่อีกด้วย

oppayabangkok-jjampong

เมนูที่เก้า “ จัมปง (Jjampong)” หรือก๋วยเตี๋ยวเกาหลีรสเผ็ด จานนี้ออกรสเผ็ดแบบเวอร์ชั่นเกาหลี โดยรวมแล้วเหมือนต้มยำบ้านเรา อย่างไรก็ตามก๋วยเตี๋ยวชามนี้เข้ากันดีกับอาหารเกาหลีจานอื่นๆด้วยรสเผ็ดผสมเปรี้ยวของมะนาว ผมคงต้องบอกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวที่หนานุ่มเข้ากันดีกับน้ำซุป

oppayabangkok-naengmyeon

เมนูที่สิบ “ แนงมยอน (Naengmyeon)” หรือหมี่เย็นเกาหลี รสชาติเหมือนกับทานที่เกาหลีเป๊ะๆเลย แม้กระทั่งใส่เมล็ดธัญพืชบัควีต (Buckwheat) ให้เป็นหนึ่งในส่วนผสมของจาน เติมซอสโคชูจังเพิ่มรสเผ็ด อย่างไรก็ตามผมก็ขอแนะนำคุณให้ทานพร้อมกับบุลโกกิ (Bulgogi) หรือจิมดัก (Jjimdak) เพราะสองเมนูนี้ไม่มีเนื้อแม้แต่น้อย

oppayabangkok-kimchisoup

มาถึงเมนูสุดท้าย “ซุปกิมจิ” รสอร่อยมากๆ! รสเผ็ดและรสเปรี้ยวกลมกล่อมเข้ากันดี มีความเหมือนกับรสชาติต้นตำรับที่ประกอบไปด้วยเต้าหู้ หมู ไข่และกิมจิในน้ำซุป ทานร้อนๆกับข้าวคือวิธีการลิ้มลองซุปกิมจิที่อร่อยที่สุด

นอกจากนี้ผมยังมีเคล็ดลับดีๆมาบอกทุกคนกันก่อนจะไปทานที่ร้าน อย่างแรกคือการเดินทางไปทานช่วงมื้อกลางวันโดยไม่ได้จองที่นั่งล่วงหน้านั้นไม่ใช่ไอเดียที่ดีเลย เพราะคิวที่ร้านนั้นยาวสุดๆด้วยผู้คนในละแวกนั้นมักมาทานกันมาก บางครั้งอาจต้องรออาหารนานกว่าพนักงานจะเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ เพราะทางร้านจะทำเมนูก็ต่อเมื่อมีออเดอร์มาเท่านั้น เพื่อให้ได้เมนูที่สดใหม่ เต็มเปี่ยมคุณภาพ! และสุดท้ายอย่ากังวลไปเรื่องกำแพงภาษา พนักงานที่นี่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้และยังมีใจบริการเต็มเปี่ยม

[Bangkok] Oppaya Pinklao

Yo

Yo

Yo is a Korean-at-heart Thai girl. Born and raised in Bangkok, she is currently based in Seoul as an exchange student at Yonsei University. Her favorite activities to do in her free times are going to k-pop lives, dances and OF COURSE, HUNTING FOR GOOD FOOD. She also has an Instagram introducing her foodie life at @seoulexchangelife. Feel free to check it out! If you are the one who is looking for a good and affordable college kids’ style food in Seoul or sweet treats for the sweet-tooth, you are on the right track!

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of

Pin It on Pinterest